ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี
Showing posts with label ปลากัดป่า. Show all posts
Showing posts with label ปลากัดป่า. Show all posts

Friday, August 15, 2008

ปลากัดป่า หรือ ปลาลูกทุ่ง


ปลากัดป่า หรือ ปลาลูกทุ่ง ที่พบในธรรมชาติ ตามท้องนา หนองบึง ส่วนใหญ่จะเป็นปลาขนาดเล็กที่ไม่เด่นมากนัก ในสภาพปกติสีอาจเป็นสีน้ำตาล เทาหม่น หรือสีเขียว และอาจมีแถบดำจาง ๆ พาดตามความยาวของลำตัว อาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ระหว่างพรรณไม้น้ำในที่ตื้น ความพิเศษของปลากัด อยู่ที่ความเป็นนักสู่โดยธรรมชาติเมื่อพบปลาตัวอื่นจะเข้าต่อสู้กันทันที และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือการที่ปลาตัวผู้สามารถเปลี่ยนสีให้งดงามเมื่อถูก กระตุ้น ในสภาวะตื่นตัวครีบทุกครีบจะแผ่กางออกเต็มที่ แผ่นเยื่อหุ้มเหงือขยายพองตัวออก พร้อมกับสีน้ำเงินหรือแดงที่ปรากฏขึ้นมาชัดเจนในโทน ต่าง ๆ ทำให้ดูสง่าอาจหาญ และสวยงาม ปลาป่าแท้นั้นส่วนมากครีบ หางและกระโดงที่ภาษานักแปลงปลาเรียกรวมว่า "เครื่อง" จะมีสีแดงเกือบตลอดมีประดำบ้างเล็กน้อย บางทีอาจมีเส้น เขียว ๆ แซมบ้าง อย่างที่เรียกว่าเขียวก็มีเพียงแต้มเขียวอ่อน ๆ ที่กระโดงเท่านั้น เวลาถอดสีปกติทั้งตัวและเครื่องเป็นสีน้ำตาลจืด ๆ คล้ายใบหญ้าแห้ง ที่ห้อยแช่น้ำอยู่ ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของปลากัดก็คือเป็นปลาที่มีอวัยวะช่วยหายใจพิเศษที่อยู่บริเวณเหงือกทำให้ปลาสามารถใช้ออกซิเจน จากการฮุบอากาศได้โดยตรง ปลากัดจึงสามารถทนทานดำรงชีวิตอยู่ได้ในที่ที่มีออกซิเจนต่ำ ตำนานเล่าขานของปลากัดจึงค่อนข้างแปลกประหลาด ไปกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ บทความ "ธรรมชาติของปลากัดไทย) โดย ม.ล. ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ที่เขียนไว้เมื่อปี 2496 ได้พูดถึงการขุดหาปลากัดในรูปูนา ตามขอบหนอง ชายบึง ริมคู และรางน้ำ ซึ่งปลากัดเข้าไปอยู่อาศัยปนอยู่กับปูในรูตั้งแต่ต้นฤดูหนาว เมื่อน้ำเริ่มลดไป จนตลอดหน้าแล้งปูก็จะขุดรูลึก ตามระดับน้ำลงไปเรื่อย ๆ ปลากัดจะออกมาแพร่พันธุ์ใหม่ในต้นฝนในเดือนพฤษภาคม กระจายออกไปหากินตามที่มีหญ้ารก ๆ ในเขตน้ำตื้นปลากัด เป็นปลาที่ชอบน้ำตื้น จึงไม่พบตามแม่น้ำลำคลอง หนองบึง ที่มีน้ำลึก อันที่จริงในธรรมชาติการต่อสู่กันของปลากัดไม่จริงจังเท่าไรนัก ส่วนมากมักแผ่พองครีบหางขู่กันเพื่อแย่งถิ่น บางตัวเห็นท่าไม่ดีก็อาจเลี่ยงไปโดยไม่ ต่อสู้กันเลยก็มี แต่บางคู่ก็ต่อสู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง ปลาตัวผู้ตัวไหนที่ยึดชัยภูมิเหมาะได้ที่ ก็จะก่อหวอดไว้แล้วพองตัวเบ่งสี เกี้ยวตัวเมียที่ผ่านไปมา เพื่อผสมพันธุ์วางไข่

ปลาทุ่งหรือปลาป่า หรือที่เรียกกันว่า "พันธุ์ลูกทุ่ง" และ "พันธุ์ลูกป่า" เป็นพันธุ์ปลากัดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในที่ที่ลุ่มตามท้องนา หนอง บึง ปลากัดที่อยู่ในภูมิประเทศชนิดนี้เรียกว่า "ลูกทุ่ง" ในท้องถิ่นปักษ์ใต้เรียกว่า "ปลาท่ง" ส่วนปลากัดที่อยู่ตามป่าที่มีน้ำท่วมถึงหรือมีน้ำท่วมตลอดปี เช่น ในที่ที่เป็นพรุหรือป่าจากริมน้ำ เช่นนี้เรียกว่าปลาป่า หรือ "ลูกป่า" ปลากัดพันธ์ลูกทุ่ง หรือที่เรียกกันว่า ปลากัดพันธุ์ลูกป่าในภาคใต้จะเริ่ม "ก่อหวอด" หรือ"กัดฟอง" หรือ "บ้วนฟอง" ในราว ๆ เดือน 6-7 หรือบางปีราว ๆ ปลายเดือน 5 ในระยะเวลาดังกล่าวเด็ก ๆ ตามชนบทและนักเลงปลากัดจะเริ่มออกหาปลากัดกันตามท้องทุ่งหรือตามป่าตามพรุที่มีน้ำท่วมถึง เพราะระยะเวลาในขณะนั้นเป็นเวลาที่สิ้นหน้าเก็บเกี่ยวและเกิด "ฝนพรัด" ตก(ฝนที่เกิดจากลมที่พัดมาจากทิศตะวันตก) น้ำฝนดังกล่าวจะขังคึงอยู่ตามที่ลุ่มในท้องนา หนอง บึง ที่ผ่านความแห้งแล้งมานานพอสมควร ในหน้าแล้งปลากัดจะฟักตัวหรือหมกตัวอยู่ที่ชื้น แฉะใต้ดินเรียกว่า "จำศีล" หรือภาษาถิ่นภาคใต้เรียกว่า "ควมตัว" อยู่ใน"หม็อง" หรือ "หมง" (เรียกที่อยู่ของปลากัดในหน้าแล้งมีขนาดเท่ากับกำปั้น หรือผลมะพร้าว อยู่ใต้ดินในท้องนาบริเวณที่ลุ่ม เช่นหนองแห้ง ริมบึง ฯลฯ มีลักษณะเป็นหระปุกหรืออุโมงค์เล็ก ๆ โดยมีตมเลนอยู่ภายใน ในหม็องหนึ่ง ๆ จะมีปลากัดอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก) ปลากัดที่อยู่ในหน็องก็จะออกมา "ก่อหวอด" หรือ "กัดฟอง" เพื่อเตรียมการผสมพันธุ์ต่อไป เป็นตอนที่ปลากัดกำลังคึกเต็มที่

ที่มา : thaigoodview

ปลากัดป่าบรูไน (Betta macrostoma)



ปลากัดป่าบรูไน (Betta macrostoma) ชนิดนี้เป็นปลากัดป่าที่สวยงามที่สุดบนเกาะบอร์เนียว มันถูกบรรยายลักษณะทางอนุกรมวิธานเมื่อ ปีคศ. 1909 จากแม่น้ำแถบรัฐซาราวัคตอนเหนือใกล้ๆกับบรูไน และถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของบรูไน แต่ในรัฐซาราวัคที่อยู่ติดกันกลับไม่เป็นเช่นนั้นผมได้รับข้อมูลและหมายมาจากคนที่เคยพบมันก่อนหน้านี้จากทางตอนเหนือของรัฐซาราวัค ชื่อแหล่งและเมืองใกล้เคียงจะไม่ถูกเปิดเผยในบทความชิ้นนี้ เนื่องจากมันเป็นปลาที่หายากในซาราวัคและเป็นปลาสวยงามที่มีราคาแพงชนิดหนึ่งในวงการปลาสวยงามวันที่ 1มิถุนายน พศ. ๒๕๔๘ นั้นเป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเก็บเกี่ยวพื้นเมือง หรือที่เรียกกันว่ากาไว เพื่อนของผม ฮัน และแทน ตามผมมาตั้งแต่ขับรถออกจากกุชชิ่งลงมาทางใต้ตลอดทางจนถึงเมืองมิริทางตอนเหนือใกล้กับชายแดนบรูไน รวมแล้วใช้เวลากว่า 11 ชั่วโมงวันที่ 2 มิถุนายน พศ. ๒๕๔๘ พวกเรานั่งเรือด่วนจากปากแม่น้ำซันไก บารัม ไปยังเมืองเล็กๆทางตอนเหนือของแม่น้ำ จากเมืองเล็กๆเมืองนั้น เราสอบถามคนท้องถิ่นให้ใช้รถเก่าๆของเขาขนพวกเราไปรอบๆชายแดนบรูไน เราบอกกับคนขับรถท้องถิ่นให้ส่งพวกเราที่บ้านยาว(longhouse)แห่งหนึ่ง จากการใช้แผนที่และเข็มทิศ เราตัดสินใจจะลุยสำรวจแม่น้ำสายเล็กๆใกล้ๆบ้านยาวที่อยู่ติดกับชายแดนพอสมควร พวกไม่แน่ใจนักว่านี่เป็นแม่น้ำที่ถูกต้องตามข้อมูลที่ได้รับหรือไม่ เพราะว่าชายที่เราพบไม่สามารถจำชื่อของแม่น้ำหรือหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กันได้ แต่จากแผนที่ๆมีอยู่ เราเชื่อว่านี่คือน้ำในต้นลำน้ำสาขาของแม่น้ำซันไก บารัม ซึ่งจากประสบการณ์ของผม ปลากัดป่าส่วนมากจะสามารถพบได้ตามต้นลำน้ำเช่นนี้เราตกลงกันว่าจะเดินเลาะลำน้ำขึ้นไปยังต้นทาง มันเป็นแม่น้ำที่เต็มไปด้วยทราย และมีน้ำไหลเอื่อยๆ ผมสามารถจับ Betta akarensis, Rusbora tubbi, และปลาเข็มป่า (Hemirhamphodon sp.) ได้ริมตลิ่ง เราพบปลาสร้อยปากหนา (Osteochilus sp.), Puntius banksi, ตะเพียนพรุ (Puntius johorensis) และปลาซิวสุมาตรา (Rasbora sumatrana) ว่ายอยู่ระเกะระกะเรื่อยไปในแม่น้ำหลังจากนั้นไม่กีชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงน้ำตกแห่งแรก อุณหภูมิน้ำที่นี่นั้นเย็นจัด และมีค่า PH ราว5.5 ผมเจอปลาเลียหิน (Osteochilus sp.) ซึ่งน่าจะเป็นชนิด O. hasseltii และ O. waandersii กำลังแทะสาหร่ายที่โตอยู่บนขอนไม้ที่จมน้ำอยู่อย่างเพลิดเพลิน ปลาซิว (Rasbora tubbi) นั้นสามารถพบได้เยอะมากที่นี่ ผมไม่เคยพบปลาชนิดนี้ทางตอนกลางและตอนใต้ของซาราวัคมาก่อน แต่ว่ามันกลับมีอยู่ดาษดื่นทางตอนเหนือของซาราวัคแต่เราก็ยังหาเจ้า Big Mac ที่ตั้งใจไม่เจอที่นี่ ฮันกับผมตัดสินใจจะไต่ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจะหาปลาทางต้นน้ำ ส่วนแทนขอพักอยู่ริมน้ำตกเพราะหมดแรงที่จะเดินทางต่อบนต้นทางมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง ริมน้ำหลายที่นั้นค่อนข้างชันพอสมควร ในการที่เราจะข้ามไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำเพื่อจะหาเส้นทางเดินนั้น เราจะต้องไต่ และเกาะไปตามหินชื้นๆในน้ำตก นี่เป็นการมาจับปลาที่อันตรายที่สุดในชีวิตของผม ถ้าเกิดว่าไต่พลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เป็นอันจบชีวิตโดยการตกลงไปยังน้ำตกเบื้องล่างได้เลย ป่าแห่งนี้ทึบพอสมควร เราใช้เวลาตามหาทางเดินอยู่นาน กว่าเราจะถึงน้ำตกแห่งที่ห้า ผมก็หมดแรงพอดี ซึ่งก็ไม่ประสพความสำเร็จในการตามหาปลากัดใดๆบนนี้ สิ่งน่าสนใจที่ผมเจอมีเพียงปลาช่อนขนาดเล็กที่คาดว่าน่าจะเป็น Channa baramensis แต่ก็ทราบในภายหลังว่าเป็น Channa gachuaเราจึงตัดสินใจกลับเนื่องจากนี่ก็เย็นลงทุกทีระหว่างทางกลับ ผมเห็นกองใบไม้แห้งใกล้กันกับริมฝั่งน้ำตกแห่งที่สาม ผมเลยลองช้อนกองใบไม้พวกนั้นขึ้นมาเล่นๆ ผมตกตะลึงเมื่อเห็นปลาสีส้มสดกระโดดไปมาอยู่ในกระชอน ใช่แล้ววววววววว มันคือ Big Mac!!!! ผมตะโกนเสียงดังที่สุดเท่าที่ทำได้ หลังจากนั้นก็หันไปขอให้ฮันช่วยถือกระชอนให้ผมสักครู่ เพื่อที่ผมจะสามารถหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปปลากัดป่าบรูไนตัวแรกของผมได้นี่เป็นการหาปลาที่ลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม ช่วงที่ผมจับมันขึ้นมาได้นั้น ผมคิดว่าความลำบากและความเหนื่อยทั้งหลายที่ทำลงไปนั้นแสนจะคุ้มค่าทีเดียว
ที่มา : ninekaow