ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี
Showing posts with label อาหารปลากัด. Show all posts
Showing posts with label อาหารปลากัด. Show all posts

Thursday, August 21, 2008

วิธีการเพาะเลี้ยงลูกน้ำเพื่อธุรกิจ และการส่งออก


วิธีการเพาะเลี้ยงลูกน้ำเพื่อธุรกิจและการส่งออกลูกน้ำ เลี้ยงอย่างไร ให้เป็นเงินเป็นทองในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง บรรยายให้เห็นภาพความอุดมสมบูรณ์ในอดีตของสยามประเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นไปได้ยากที่จะมองหาท้องนา แต่สำหรับทรัพยากรทางน้ำอย่างปลานั้นยังมีให้เห็นดาษดื่นและหลากหลาย โดยเฉพาะปลาสวยงาม ประเทศไทยถือเป็นแหล่งปลาสวยงามที่มีจำนวนหลากหลายมากกว่า 300 ชนิดจากผลการสำรวจโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ผ่านมาพบว่าประเทศไทยส่งออกปลาสวยงามมูลค่าปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้กรมประมงยังประมาณการว่ามีผู้เลี้ยงปลาสวยงามในประเทศ 350,000 คน และมีจำนวนร้านค้าปลาสวยงามทั่วประเทศประมาณ 250 ร้านในกระแสความนิยมเลี้ยงปลาสวยงามที่มีแต่จะทวีจำนวนขึ้นทุกปี กลายเป็นช่องทางของธุรกิจ "เพาะเลี้ยงลูกน้ำ" ที่ทำรายได้เพิ่มขึ้นตามธุรกิจเลี้ยงปลาเป็นเงาตามตัว ถึงขั้นทำกันเป็นล่ำเป็นสันส่งออกต่างประเทศแปลงมูลไก่ เป็นลูกน้ำไกลออกไปจากบ้านเรือนของชาวบ้าน ถนนคอนกรีตค่อยๆเปลี่ยนเป็นทางดินลูกรัง ท้องทุ่งนาเขียวขจีเต็มไปด้วยนกกระยางสีขาว สองข้างทางเป็นที่ตั้งฟาร์มของเกษตรกรเรียงรายห่างกันออกไป รวมถึง "ฟาร์มเลี้ยงไก่เพื่อผลิตลูกน้ำและไรแดง" บนเนื้อที่ 20 ไร่ ในเขตตำบลสามควายเผือก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ที่นี่นอกจาก "ไข่" ผลผลิตที่จะได้จากไก่แล้ว มูลไก่ยังก่อให้เกิด "ลูกน้ำ" ผลพลอยได้นำมาซึ่งรายได้งดงามจรินทร์ อยู่ญาติมาก เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2548 ดำเนินกิจการเจ้าของฟาร์มจรินทร์พรเป็นเวลา 12 ปี เล่าถึงฟาร์มลูกน้ำที่เริ่มต้นจากการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามว่า"ช่วงเลี้ยงปลาใหม่ๆ ยังไม่มีเกษตรกรเลี้ยงเยอะ อาหารจากแหล่งธรรมชาติค่อนข้างมาก พอเลี้ยงปลาสวยงามแล้วประสบความสำเร็จก็มีเกษตรกรใกล้เคียงหันมาเลี้ยงกันเยอะขึ้น อาหารจากแหล่งธรรมชาติเริ่มหมดไป ผมเอาไก่มาเลี้ยง เก็บไข่ไว้กินและทำเป็นอาหารปลา ใต้กรงไก่มีรองกรงที่ไม่ได้ใช้อยู่ พอไก่ขี้ออกมา เกิดเป็นลูกน้ำขึ้น จุดประกายให้ทำลูกน้ำเป็นอาหารปลา"จากการเริ่มต้นเพาะเลี้ยงลูกน้ำครั้งแรกด้วยจำนวนไก่ 2,000 กว่าตัวได้ปริมาณลูกน้ำไม่มาก "ไม่รู้ว่าต้องใช้ความเข้มข้นของน้ำเท่าไร ความเจือจางของน้ำเท่าไร ต้องใช้ไก่กี่ตัว คิดว่าความเข้มข้นของน้ำไม่พอ จึงเพิ่มจำนวนไก่ขึ้นมา คราวนี้ความเข้มข้นของน้ำมากเกิน ขี้ไก่ทำให้เกิดแก๊สแอมโมเนีย ได้ลูกน้ำนิดๆหน่อยๆ ส่วนใหญ่ตาย จึงแบ่งไก่ออก 25% ตกเฉลี่ยตารางเมตรละ 6 ตัว ออกมาได้ผลค่อนข้างดี ความเข้มข้นและความเจือจางสมดุลกัน เริ่มได้ผลจึงนำเอาผ้ามาคลุมให้มืด"อาหารลูกน้ำ จากภูมิปัญญาไทยใต้เล้าไก่ไข่จำนวนหมื่นกว่าตัวถูกขุดให้มีความลึก 4 เมตร กว้าง 3 เมตร 30 เซนติเมตร ส่วนความยาวนั้น ยิ่งยาวยิ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้ลูกน้ำมีจำนวนมาก อาหารที่ไก่ไข่ได้ทำให้มูลไก่ที่ปล่อยออกมาเบาลอยน้ำ เหมาะกับธรรมชาติของลูกน้ำที่ลอยตัวอยู่ในน้ำ ทำให้กินง่าย กลายเป็นอาหารอันโอชะสำหรับลูกน้ำ สำหรับอาหารของลูกน้ำ เกษตรกรบางคนใช้วิธีนำเอาหญ้าแห้ง ข้าวโพดแห้งหรือขี้หมูหมักทิ้งไว้ 10-15 วัน หรืออีกวิธีโดยการนำเอาซังขนุนและหัวปลาสดใส่ถุงพลาสติกทิ้งไว้ในบ่อ บ้างนำลูกตาลสุกมายีผสมปลายข้าวแล้วหมักใส่ไว้ในโอ่ง โดยใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ ก็สามารถทำให้เกิดลูกน้ำขึ้นมาเต็มได้เช่นกัน บ้างนำปลาป่น รำ ขี้หมู หรือขี้ไก่ผสมรวมกันละลายในน้ำแล้วสาดลงไปในร่องสวน บ้างใช้อามิหรือกากผงชูรส หมักรวมกับขี้หมูนำมาใส่ไว้ในโอ่งไม่เกิน 7 วันจะมีลูกไรเกิดขึ้นเต็มโอ่งส่วนจรินทร์ เขาใช้หญ้าขนใส่ลงไปในบ่อเพื่อให้เป็นที่วางไข่ของยุง ทั้งนี้ หญ้าขนที่ใช้ต้องนำไปตากแดด 3-4 ครั้ง โดยไม่ปล่อยให้หญ้าขนแห้งเกิน เพราะจะไม่ลอยน้ำ และเมื่อถูกน้ำไม่นานก็จะกรอบและหักจมน้ำ จึงต้องตากหมาดๆเพื่อให้ลอยน้ำเป็นที่พักผสมพันธุ์ วางไข่ และที่ตายของยุง นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศภายในให้ค่อนข้างมืด โดยการปิดล้อมโรงเรือนเลี้ยงไก่ด้วยซาแรน ตาข่ายสีดำ"ยุงที่วางไข่มาจากแหล่งธรรมชาติ เป็นยุงธรรมดา ภาษาชาวบ้านเรียกว่ายุงรำคาญยุงลาย ยุงก้นป่อง ชอบวางไข่ในน้ำใสสะอาด น้ำฝน อีกอย่างยุงเคยอยู่บ่อไหนก็จะอยู่บ่อนั้น วางไข่เยอะมาก ถ้าจะไปไข่ในบ่ออื่นก็มีบ้างนิดหน่อย มักไม่บินไปที่อื่น เหมือนปลาหน้าวัด ตรงไหนมีอาหารสมบูรณ์ มีแหล่งเจริญเติบโต สืบพันธุ์ ก็จะไม่ไปอยู่ที่อื่น ส่วนลูกน้ำถึงกำหนดต้องรีบตักไม่ฉะนั้นจะกลายเป็นยุงหมด จำนวนที่เก็บไว้เป็นยุงแค่พอทำพันธุ์" จรินทร์ไขข้อกังขาเรื่องของลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุงเกษตรกรหนุ่มเล่าถึงขั้นตอนต่อไปว่า "ไม่ต้องดูแลมาก ปล่อยหญ้าแห้งทิ้งไว้ 3 วัน ยุงจะวางไข่คืนแรกประมาณ 20% คืนที่ 2 และ 3 วางไข่ 40% คืนที่ 4 ไม่วางไข่แล้ว ประมาณ 40 ชั่วโมงยุงที่วางไข่ช่วงแรกแตกจากฝักไข่เป็นตัว จากนั้นจะเติมน้ำ10เซนติเมตรให้หญ้าแฉะ เพิ่มความเข้มข้นเพื่อให้ยุงวางไข่ แต่ถ้าใส่น้ำเต็มบ่อทำให้ความเข้มข้นช้า เป็นการเพิ่มวันผลิตขึ้นมา วันที่ 4 เติมน้ำขึ้นมาอีก 20 เซนติเมตร วันที่ 5 และ 6 เติมอีก 10 เซนติเมตร วันที่ 7 ยุง 20% แรกจะกลายเป็นไอ้โม่ง ตกกลางคืนจะเริ่มเป็นยุง ตรงนี้เก็บไว้เป็นพันธุ์ของรุ่นต่อไป ส่วน 80% ที่เหลือจะทำการช้อนขึ้นมาจำหน่าย หรือแพกส่งนอก"7 วัน...ได้เวลาช้อนวงจรชีวิตของยุงมี 4 ระยะ โดยทั่วไปยุงวางไข่ครั้งละประมาณ 100 ฟองหนาเป็นแพลอยอยู่ผิวน้ำ ถือเป็นระยะแรก ไข่จะฟักตัวอยู่ประมาณ 2 วัน จากนั้นก็จะแตกตัวออกมาเป็นลูกน้ำในระยะที่ 2 และมีขนาดโตขึ้นๆเมื่อโตเต็มที่รูปร่างจะเปลี่ยนไป บางครั้งเรียกว่าเป็นการลอกคราบเพื่อเข้าดักแด้หรือที่เรียกว่าตัวโม่งในระยะที่ 3จากตัวโม่งเมื่อโตเต็มวัยในระยะที่ 4 ลูกน้ำจะกลายเป็นตัวยุงทุกระยะการเติบโตในวงจรชีวิตของยุงขึ้นกับสภาพแวดล้อม ซึ่งได้แก่ ลม แสง อุณหภูมิ ฝน และความชื้น หลายครั้งที่ธรรมชาติเหล่านี้เป็นปัจจัยขยายเวลาเก็บลูกน้ำออกไปจากกำหนดเดิม"อุณหภูมิปกติ 25-30 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนไม่หนาวเกิน ถ้าต่ำกว่า 20 องศาฯ ถือว่าค่อนข้างเย็นระบบฟักไข่จะช้า แตกตัวออกมาแล้ว ลูกน้ำจะไม่ค่อยกินอาหาร อายุก็จะเพิ่มไปอีกจากเดิมเพียงอาทิตย์เดียวเพิ่มเป็น 9 วันจึงจะช้อนได้ แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาฯ ระยะเวลาการเก็บเพิ่มเป็น 10 วัน"ยามใดที่ธรรมชาติแปรปรวน เช่น ลมแรง พายุเข้า ทำให้ยุงถูกเคลื่อนย้ายจากที่พักเดิมไปอยู่ที่อื่น ก่อให้เกิดความเสียหาย "ยุงหลงทางกลับไม่ถูก แม้ซาแรนก็ช่วยไม่ได้ ลูกน้ำในบ่อถูกลมพัดมากองอยู่มุมเดียว นิสัยลูกน้ำจะขึ้นน้ำต่างจากไรแดง เมื่อขึ้นน้ำไม่ได้ก็จะค่อยๆร่วงลงๆ ในที่สุดก็จะตายแทบหมดบ่อ เสียเวลาไปอีกอาทิตย์เพื่อล้างบ่อ ถ้าลูกน้ำสูญพันธุ์ก็จะต้องช้อนลูกน้ำจากแหล่งธรรมชาติ อย่างน้อยกินเวลา 2 อาทิตย์กว่าจะเข้าที่"การเพาะเลี้ยงลูกน้ำจำหน่ายจะไม่รอให้ลูกน้ำกลายเป็นยุง พอครบกำหนด 7 วัน เกษตรกรจะใช้สวิงตาถี่ไล่ช้อนลูกน้ำจนหมด จากนั้นนำมาใส่ตะกร้าล้างน้ำร่อนเอาสิ่งสกปรกออก ใช้ผ้าขาวบางรอง จนน้ำที่ค้างอยู่ระเหยออกหมด"พวกหัวโตที่ยังเป็นยุงไม่หมดมีไม่เกิน 10% จะถูกแยกออกไปเลี้ยงปลาบ่อ หรือปลาอื่นๆ นอกนั้นตัวกำลังดี พอเหมาะเลี้ยงปลาสวยงามได้เลย ลูกน้ำที่เก็บได้แต่ละครั้งหนัก 100 กิโลเศษ ขายกิโลละ 60 บาท"ขั้นต่อไปบรรจุถุงซิปขึ้นชั่ง เสร็จแล้วจะนำไปช็อตด้วยความเย็นต่อด้วยเข้าช่องฟรีซเพื่อให้แข็ง จากนั้นแพคกล่องโฟมนำไปฝากห้องเย็นรวบรวมจนกว่าจะครบจำนวนความต้องการของลูกค้า ส่งขายตลาดต่างประเทศ ลูกน้ำตายแล้วในสภาพที่สดแต่แห้ง ไม่มีน้ำ น้ำเท่าที่มีคือน้ำที่อยู่ในตัวลูกน้ำ" ขายแบบนี้ ลูกค้าซื้อไปไม่ขาดทุน ได้ลูกน้ำเยอะ เทียบกับราคาขายปลีกลูกน้ำเป็นๆ 20 บาท มีลูกน้ำนิดเดียว น้ำมากกว่า"ลูกน้ำไทย ไปไกลถึงโปแลนด์แม้จำนวนลูกน้ำที่ช้อนขึ้นมาจะมีปริมาณมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แหล่งซื้อขายลูกน้ำตามร้านขายปลา ตลาดซันเดย์ จตุจักร ซึ่งตลาดใหญ่ๆภายในประเทศ ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตเลี้ยงปลาสวยงาม โดยเฉพาะนครปฐมและราชบุรีพบว่ามีการใช้ลูกน้ำจำนวนมากขณะที่ทั่วโลกมีมูลค่าการซื้อขายปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำในแต่ละปีมากกว่า 20,000 ล้านบาท สัดส่วนลูกน้ำในตลาดโลกจึงมากตาม ประเทศนำเข้าลูกน้ำที่สำคัญได้แก่ โปแลนด์ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเชค ยูโกสลาเวีย ประชาคมยุโรป มาเลเซีย จีน อินเดียและญี่ปุ่น"ประเทศใหญ่ๆนำเข้าที 8-10 ตัน โปแลนด์ใช้เยอะ สั่งต่อเนื่องทั้งปี ในบ้านเราเกษตรกรข้างเคียงผู้เลี้ยงปลากัดจีนหรือปลาสวยงามถึงเวลาจะเข้ามาซื้อ"สุชาติ สงวนพันธุ์ นักวิชาการระดับ 8 ภาควิชาสัตวบาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เป็นอีกผู้หนึ่งที่เคยทำการเพาะเลี้ยงลูกน้ำเล่ากลไกตลาดลูกน้ำให้ฟังว่า มีการรับซื้อลูกน้ำแบบแช่แข็ง สด และแบบแห้ง"แบบแห้งไม่ค่อยนิยม ขั้นตอนและน้ำหนักสูญเสียไปเยอะ 80-90% ตลาดในบ้านเราต้องการทั้งลูกน้ำเป็นๆ และแช่แข็ง ถ้าเป็นลูกน้ำสด 1-2 วันกลายเป็นยุงพัฒนาเร็วมาก ถ้าเป็นแช่แข็งได้ลูกน้ำอย่างเดียวไม่มีน้ำ เป็นข้อดีในการรักษา ความต้องการของตลาดบ้านเรายังน้อยเทียบตลาดต่างประเทศ ลูกน้ำต่างประเทศก็มี แต่ลูกน้ำบ้านเราได้รับความนิยม เพราะมีคุณภาพดี สะอาด ขนาดพอเหมาะไม่เล็กไม่โตจนเกินไป แต่ถ้าหัวโตตลาดไม่ต้องการ ปลาไม่ชอบกิน"แนวโน้มธุรกิจเพาะลูกน้ำแม้ยุงจะเป็นอาหารสำหรับลูกน้ำ ขณะเดียวกันยุงยังเป็นพาหะของโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนที่มีฟาร์มติดชุมชนจำต้องเลิกกิจการไป "บางรายผลิตในที่ชุมชน มีกลิ่นเหม็นรบกวน หรืออาจจะมียุงไปรบกวน ส่วนใหญ่คิดว่ายุงจะไปรบกวน สร้างปัญหา สำหรับฟาร์มผมตั้งอยู่กลางทุ่ง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้บ้านข้างเคียง อีกอย่างทางปศุสัตว์มีกฎระเบียบเข้มงวดในการนำเข้าไก่" เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงลูกน้ำแสดงความเห็นสุชาติ นักวิชาการเกษตรซึ่งเคยทำธุรกิจเพาะลูกน้ำมองว่า "เป็นผลพลอยได้เม็ดเงินมหาศาล ลูกน้ำที่ได้เกือบ 1 ตันต่อเดือน ต้นทุนไม่มี มีเพียงค่าแรงในการช้อนและบรรจุถุง แต่ช่วงหลังๆราคาลูกน้ำค่อนข้างแพง เจ้าของปลาหันไปใช้อาหารปลาสำเร็จรูป หรือไรแดงราคาถูกกว่ากิโลละ 10-20 บาท ทำให้การใช้ลูกน้ำน้อยลงแต่พ่อแม่พันธุ์เยอะอยู่"จรินทร์ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงลูกน้ำมองแนวโน้มของธุรกิจเพาะลูกน้ำว่า "สร้างลูกน้ำ เลี้ยงไก่ ได้ผลประโยชน์มหาศาล ปกติเลี้ยงปลาสวยงามอยู่แล้ว ทำตรงนี้เพื่อนำลูกน้ำไปใช้เลี้ยงปลาสวยงามในฟาร์ม ที่เหลือส่งออก น้ำจากบ่อลูกน้ำนำไปเพาะไรแดงโดยไม่ต้องลงทุนอะไร หญ้าขนให้ยุงลงมาวางไข่สามารถนำไปเลี้ยงปลาสลิดต่อได้ ของบางอย่างที่คนอื่นมองว่านำไปทิ้ง สามารถวนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ไม่มีทิ้งเลย ทำหมุนเวียนและทำรายได้ทุกอย่าง""ผมว่าเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่ลูกน้ำคู่กับปลากัด ปลาสวยงาม ผมทำธุรกิจปลาสวยงามมา 21 ปี จนปี 2540 เศรษฐกิจล้มเหลวค่าเงินเปลี่ยนแปลงมหาศาล แต่ระบบการส่งออกปลาสวยงามไม่ตกต่ำ กลับดีขึ้นทุกปีๆไม่เพียงพอต่อความต้องการ ด้านอาหารก็มีความต้องการเป็นเงาตามตัว เพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนปลาสวยงาม คิดว่าแนวโน้มไม่ตกต่ำยังไปได้ไกลเรื่อยๆ" จรินทร์ เกษตรกรแห่งชาติดีเด่นในปีนี้กล่าวทิ้งท้าย******ลูกน้ำ อาหารสดจากธรรมชาติเมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาหารสดจากธรรมชาติสำหรับเลี้ยงปลา อาทิ ลูกน้ำ ไรแดง สามารถหาได้ง่าย เมื่อเวลาผ่านไปอาหารสดเริ่มหาได้ยาก กอปรกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารเม็ดออกมาช่วยให้เกิดความสะดวกในการหาซื้อและนำไปใช้ อย่างไรก็ตามปริมาณอาหารเม็ดตามท้องตลาด โดยทั่วไปมักมีส่วนของแป้งอยู่มาก เมื่อปลาได้รับสะสมเป็นเวลานานย่อมก่อให้เกิดอาการท้องผูก เบื่ออาหาร บางตัวถึงกับเสียสมดุลในการว่าย ด้วยเหตุนี้จึงนิยมนำอาหารสดมาหมุนเวียน"อาหารเม็ดไม่นิยมใช้เลี้ยงปลา ผมเลี้ยงลูกน้ำ เลี้ยงไก่ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาก็จะใช้ไข่บุบ วันละ 200-300 ฟองนึ่งผสมลูกน้ำ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ประโยชน์ของลูกน้ำเหนือกว่าอาหารสำเร็จรูปหลายเท่าตัว ผมเคยทดลองอาหารสดดูปรากฏว่าให้โปรตีน 70 % แคลเซียม 30 % เหมือนเรากินอาหาร ใครๆก็อยากกินของสด ของแช่เย็นไม่ค่อยอยากกิน ถึงจะมีคุณประโยชน์อยู่บ้างแต่อาหารสดมีมากกว่า ถ้านำอาหารสดไปเลี้ยงปลาสวยงามน้ำไม่ค่อยเสีย ปลาโตเร็ว แข็งแรง ระบบโครงสร้างมาตรฐานพร้อมส่งออก เดี๋ยวนี้หาอาหารสดยาก เกษตรกรบางเจ้าเลิกเลี้ยงปลาหันมาผลิตไรแดงหรือลูกน้ำจำหน่าย" จรินทร์ เจ้าของฟาร์มปลากล่าวในอาหารสดประกอบด้วยน้ำและเส้นใยอาหาร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของปลาทำงานได้ดี พร้อมทั้งนำมาซึ่งคุณค่าสารอาหารที่ปลาได้รับจากลูกน้ำ ช่วยให้กระดูกของปลาแข็งแรงและทำให้ปลามีสีสันสวยงาม

ที่มา : bettanetwork

ไข่ตุ๋น อาหารสำหรับปลากัด


เป็นอาหารสำหรับปลากัดที่เราสามารถทำได้ง่ายๆแถมเรายังเพิ่มสารอาหารให้กับปลากัดของเราได้โดยตรง และถ้าใช้ไข่ตุ๋นให้ปลากัดไม่หมดก็สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ต่อได้อีกซัก3-4วัน แต่ข้อเสียของมันก็คือถ้าเราให้ในปริมาณมากแล้วปลากัดกินไม่หมดจะทำให้น้ำเน่า แล้วก็จะเกิดปัญหาต่างๆตามมา วิธีการทำไข่ตุ๋น : ใช้ส่วนผสมดังนี้ไข่ (ทั้งไข่แดงและไข่ขาว) 1 ฟองเสริมคุณค่าทางอาหารด้วย-นมผงสำหรับเด็กหรือนมสด 1 ช้อนโต๊ะ-สาหร่ายสไปรูลีน่า(ถ้ามี) 1 ช้อนชา-วิตามิน ต่างๆ (ถ้ามี) 1 ช้อนชา-น้ำสะอาด 1/2 แก้วผสมให้เข้ากันดีแล้วก็นึ่งให้สุกจนไข่ตุ๋นสุกและแข็ง ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปให้ปลากัดกิน ถ้าเป็นปลากัดตัวเล็กก็บี้ให้มันกิน เท่านี้คนรักปลากัดทุกท่านก็จะได้อาหารคุณภาพดีๆให้ปลากัดกินกันแล้วครับข้อแนะนำ-การเริ่มต้นใช้ไข่ตุ๋น แนะนำว่าให้ใช้ปริมาณน้อย ปลากัดกินหมดแล้วค่อยเอาให้อีกจะดีกว่า-ควรใส่ไข่ตุ๋นลงในถ้วย แล้วเอาทั้งถ้วยลงไปในบ่อปลากัดของเรา เพื่อที่เวลาปลากัดกินไม่หมดจะได้เอา ไข่ตุ๋นที่เหลือขึ้นมาได้ง่ายๆ

ที่มา : ridbetta

พารามีเซียม Paramecium


เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็ก สามารถพบอาศัยในได้แหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติ มองดูด้วยตาเปล่าแทบจะมองไม่ออกว่าอะไร แต่ว่าเจ้าลูกปลากัดตัวเล็กๆของเรานั้นมองเห็นครับ ถ้าส่องด้วยกล้องจุลทรรศน ์ก็จะพบว่ามีรูปร่างลักษณะคล้ายกับรองเท้าแตะ บางคนก็ว่าเหมือนลูกรักบี้ บ้างก็ว่าเหมือนใบไม้แห้ง แต่บางคนเมื่อเห็นการเคลื่อนที่ของพารามีเซียมแล้วก็อาจจะทำให้นึกถึงกระสวยอวกาศ หรือลูกข่างก็เป็นไปได้ สุดแต่จะจินตนาการกันไป แต่ผมว่าลูกปลากัดเราคงมองเป็น ขนมปังฝรั่งเศสก็ได้ อย่าไปสนใจเลยครับว่ารูปร่างหน้าตามันจะเป็นยังไง ขอแค่ปลาเรากินเข้าไปแล้วมันเจริญเติบโตได้ดีและมีประโยชน์ไม่มีพิษก็พอ ว่าแต่เราจะเพาะมันได้ยังไง อย่างแรกเลยก็ต้องดูว่าเจ้าตัวนี้มันกินอะไรก่อน เราจะได้หาอาหารให้มันกินได้ถูก อาหารของพารามีเซียมก็ ได้แก่ แบคทีเรีย เศษเนื้อเยื่อของสัตว์ต่างๆ โพรโตซัวอื่นๆ รวมถึงเป็นพวกที่สามารถใช้สารอาหาร ( หรือ nutrients) ที่ละลายอยู่ในแหล่งน้ำ มาใช้ประโยชน์ได้โดยตรงอีกด้วย ต่อไปเราจะมาดูว่ามันจะมีประโยชน์ยังไงกับลูกปลาของเราดีกว่า ข้อดีของพารามีเซียมนั้น ได้เปรียบอาหารมีชีวิตขนาดเล็กชนิดอื่น ตรงที่ว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกปลาสนใจ ที่สำคัญมันยังชอบว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ลูกปลาแรกเกิด 2-3 วันชอบอาศัยอยู่ (ก็ตอนที่มันแรกตั้งตัวขนาดกับผิวน้ำได้ตอนแรกๆไงครับ) ที่สำคัญเจ้าพารามีเซียมนั้นเพาะพันธุ์ได้ง่ายครับ โดยจะขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบแบ่งตัว เมื่อสภาวะเหมาะสม และถ้าอาหารขาดแคลนก็จะขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ มาดูกันว่าเราจะเพาะพันธุ์เจ้าพารามีเซียมให้ลูกปลาเราได้อย่างไร วิธีขยายพันธุ์พารามีเซียม
1 .นำน้ำ 5 ลิตร ต้มกับ เมล็ดถั่วลันเตา 10 เม็ด หรือใบผักบุ้งขยี้ 5 ใบ
2 .ต้มเสร็จปล่อยให้น้ำเย็น
3 .นำนมรสจืดมาหยดลง 3 หยด และยีสต์อีกนิดหน่อย (เน้นว่านมรสจืดนะครับ)
4 .ขั้นตอนที่ 1-3 คือขั้นตอนการเพาะแบคทีเรียที่เป็นอาหารสำหรับพารามีเซียม
5 .เอาหัวเชื้อพารามีเซียมใส่ลงไป
6 .หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป(ไวเหมือนโกหก) เมื่อนำมาส่องกับหลอดไฟ ก็จะเห็นพารามีเซียมสีขาว ว่ายเต็มอยู่ในขวดโหล และจะอยู่หนาแน่นบนผิวน้ำ
7 .ให้นมจืดอาทิตย์ละ 3 หยด เพื่อเป็นเชื้อให้กับแบคทีเรียและก็ยีสต์
8 .ตอนให้ลูกปลาก็ดูดจากโหลแล้วก็ใส่ในบ่ออนุบาลลูกปลาแรกเกิดของเราได้เลย อาจจะเอาช้อนตัก หรือจะเอาหลอดมาดูด ก็แล้วแต่คุณล่ะครับ

ที่มา : ridbetta

หนอนจิ๋ว


มาถึงเจ้าตัวนี้หนอนจิ๋ว หรือ microworm (Panagrellus sp.) มันเป็นหนอนซึ่งโตสุดๆแล้วมันก็ยังเป็นหนอนอยู่วันยังค่ำ มันจะไม่กลายร่างเป็นแมลงหรืออะไรอย่างอื่นเลย แล้วตัวมันโตขนาดไหน ไม่รู้ว่าอธิบายเป็นตัวเลขแล้วจะเห็นภาพหรือป่าว ตัวอ่อนเล็กสุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ไมครอน ยาว 80 ไมครอน ตัวโตมีความยาว 80-140 ไมครอน (0.08-0.14 มม .) ผมว่าตัวใหญ่สุดก็ยังเล็กกว่าขนคิ้วเราอีก สามารถจะมีชีวิตอยู่ในน้ำ(น้ำจืดนะครับ)ได้นานประมาณ 20-30 ชั่วโมง การสืบพันธุ์ของหนอนจิ๋วเป็นแบบมีเพศ โดยเพศผู้จะมีหางหยัก ตัวเล็กกว่า และมีจำนวนน้อยกว่าเพศเมีย ซึ่งแม่ 1 ตัวจะให้ลูก 10-40 ตัวทุก ๆ 1-1.5 วัน ดังนั้น ตัวอ่อนจะเป็นตัวแม่ได้ในเวลา 3 วัน ซึ่งจะมีการเพิ่มขนาดถึง 3 เท่าในวันแรกและเป็น 5-6 เท่าในช่วง 3 วันต่อมา ชีวประวัติของเจ้าหนอนจิ๋วก็ประมาณนี้ล่ะครับ สำหรับผมเองในการเพาะปลากัดผมจะให้หนอนจิ๋วหลังจากลูกปลากัดอายุได้ประมาณ 3 วันเป็นอาหารเมื่อแรกเลยก็ว่าได้ มันจะดีตรงที่มันจะดิ้นไปดิ้นมาชวนให้ลูกปลากัดของเรากินอย่างมาก แถมตัวเล็กพอดีกับปากของลูกปลากัดตอนอายุขนาดนั้น แถมการเพาะขยายพันธุ์ก็ไม่ยุ่งยากด้วย แต่ข้อเสียมันก็มีนะครับ ซึ่งผมเองก็ยังไม่เจอกับตัว และก็ยังไม่อยากให้มันเกิดด้วย พี่ๆที่เคยใช้หนอนจิ๋วเล่าว่าถ้าหากใช้หนอนจิ๋วเป็นเวลานานและให้ไม่พอเหมาะ (คือให้มากไป)หลังจากที่หนอนจิ๋วมันตายลงก็จะเกิดเป็นกรดอยู่บริเวณพื้นอ่างที่ใช้อนุบาลลูกปลากัด แล้วยังไงล่ะครับ ต่อมาเวลาลูกปลากัดมันหิวมันก็จะว่ายลงไปหาอาหารที่พื้นอ่าง คราวนี้ล่ะครับ กรดที่เกิดจากหนอนจิ๋วที่เราให้ไปมันก็จะมีฤทธิ์กัดตะเกียบของลูกปลากัดเอาได้ คราวนี้พอเราเลี้ยงจนมันโตเราก็จะได้ปลากัดที่ไม่มีตะเกียบ(ก็คงเซ็ง ไม่ใช่น้อย) พี่ๆบางคนยังบอกว่าอย่าว่าแต่ตะเกียบเลย กระโดง หายก็เจอมาแล้ว แถมโปรตีนก็มีน้อยกว่าไรแดง หรืออาหารชนิดอื่นๆ ที่กล่าวมาไม่ใช่ว่าจะบอกว่าหนอนจิ๋วไม่ดีนะครับ การให้ปริมาณที่พอเหมาะและไม่ให้ติดต่อกันมากเกินไปก็จะไม่ทำให้กรณีตะเกียบหายเกิดขึ้น ซึ่งผมเองก็เป็นคนนึงที่ใช้หนอนจิ๋วอยู่ทุกๆวัน และก็ไม่มีปัญหาอย่างที่ว่าเกิดขึ้น ซึ่งมากที่สุดที่จะให้หนอนจิ๋วผมให้ไม่เกิน 10 วัน
ที่มา : ridbetta

ไส้เดือนน้ำ


ไส้เดือนน้ำ ถ้าพูดถึงแล้วถือว่ามีคุณค่าทางอาหารมาก ทำให้ปลากัดโตเร็วและสมบูรณ์ สามารถนำมาให้ลูกปลากัด ที่อายุมากกว่า1เดือนกินได้(ตามจริงก็ต้องดูขนาดของปลาลูกปลากัดด้วย) และหากเก็บรักษาไส้เดือนน้ำได้ดีก็สามารถอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แถมปลากัดยังชอบไส้เดือนน้ำมากอีกต่างหาก แต่ปัญหาสำคัญของไส้เดือนน้ำหรือปัญหาหลักของไส้เดือนน้ำคือเรื่องความสกปรกของอาหารสดประเภทนี้ (สุดยอดของความสกปรก) ดังนั้นในการใช้เลี้ยง ปลากัด จำเป็นต้องล้างเป็นอย่างดี ไม่ฉะนั้นโรคก็จะตามมา โดยเฉพาะท้องมาร และพวกปรสิต


ที่มา : ridbetta