ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี ปลากัดเพชรบุรี
Showing posts with label โรคปลากัด. Show all posts
Showing posts with label โรคปลากัด. Show all posts

Thursday, August 21, 2008

ใช้เกลือรักษาโรคปลากัด


มาคุยเรื่องเกลือกันดีกว่า ว่าทำไมถึงใส่เกลือให้ปลากัดแสนรักของเรา เรื่องเกลือต่างๆที่ได้มาก็รวบรวมมาจาก บทความต่างๆในอินเตอร์เน็ต และก็สิ่งที่เคยทดลองกับปลากัดตัวเองผ่านๆมา หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่รักปลากัดทุกๆคนนะครับ เกลือที่ใช้กันทั่วๆไปสำหรับปลากัด(หรือปลาอื่นๆด้วย) เราจะใช้เกลือทะเล หรือเกลือสมุทร ซึ่งได้มาจากธรรมชาติ ซึ่งเกลือที่ใช้นั้นต้องละลายน้ำได้ง่าย(ปกติก็ง่ายๆกันทั้งนั้น) แล้วถามว่าไอ้เกลือที่ใช้ตามครัวใช้ได้กับปลากัดหรือเปล่า เกลือตามครัวพวกนี้ส่วนใหญ่มีการปรุงแต่งมา อาจทำให้เกิดผลกับน้ำจึงไม่ควรใช้ (เติมไอโอดีน สารฟอกสี) ซึ่งสารที่เติมเข้าไปอาจจะทำปฏิกิริยากับน้ำหรือส่งผลกระทบกับน้ำแล้วส่งผลถึงปลากัดเราได้ ตอนนี้ก็ทราบกันแล้วว่าเกลือแบบไหนที่ใช้กับปลากัดของเรา สำหรับปลากัดเกลือนั้นถือว่าเป็นยารักษาและป้องกันโรคเลยทีเดียวเชียว เรามาดูถึงประโยชน์ของมันก่อน
1.ฆ่าเชื้อปลาป้องกันการแพร่กระจายโรคว่ากันว่าเกลือสามารถกำจัดปรสิตได้อย่างรวดเร็วถึง 7 : 9 ส่วน เวลาผมไปซื้อปลามาจากที่อื่น พอมาถึงบ้านก็จะจัดการจับปลาแช่น้ำเกลือเข้มข้นก่อนเลย ส่วนเรื่องปริมาณเกลือกับน้ำ พูดตามตรงไม่เคยวัดเลยว่าใช้ปริมาณเท่าไรไม่เท่ากันซักที (ปกติก็น้ำครึ่งขันเกลือซัก5ช้อนโต๊ะ กะๆเอาว่านี่แหละเข้มข้น)แต่ถ้าจะเอาวิชาการจริงๆเดี๋ยวไปดูตอนท้ายสุดเลย พอเราละลายน้ำเกลือแล้วก็จัดการเอาปลาแช่สัก5วินาที (นานกว่านี้กลัวออสโมซิส ปลาตาย) แล้วก็เอาปลามาผ่านน้ำสะอาดซะให้หายเค้ม นี่ก็ประโยชน์อย่างแรก
2.เมื่อปลากัดของเราป่วย ปกติแล้วปลากัดของเราจะขับเมือกออกมาเมื่อรู้สึกไม่สบายตัวหรือเพื่อป้องกันตัวปลากัดจากปรสิตและเชื้อโรคต่าง ๆ เพราะในเมือกปลากัดมีสารฆ่าเชื้อผสมอยู่ เมื่อเราใส่เกลือลงก็จะเป็นการกระตุ้นการขับเมือกของปลากัดด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าใส่มากๆแล้วขับเมือกซะน้ำในเหลี่ยมปลากัดขุ่นไปเลยนะครับ เอาให้พอเหมาะ สำหรับผมเองปกติถ้าเป็นเหลี่ยมปลากัดขนาด 4x4x8 (กว้างxยาวxสูง) ผมก็ใส่เกลือเม็ดโตๆลงไปซัก4-5เม็ด แถมด้วยใบหูกวางแห้งๆอีกซักใบ ถ้าเหลี่ยมปลากัดใหญ่กว่านั้นก็กะเอาครับ (จริงๆแล้วก็ควรดูว่าใส่ลงไปแล้วปลากัดเราเป็นไง แล้วจะเดาปริมาณถูกว่าจะใส่มากใส่น้อย) ในกรณีที่ใช้เกลือรักษาปลากัด เพื่อนๆก็ต้องควรหยุดใส่เมื่อปลากัดหายเป็นปกติแล้วนะครับ อย่างที่บอกว่าเกลือก็เหมื่อนเป็นยาตัวนึง ถ้าไม่ใช้ยาได้จะดีกว่า แล้วถ้าใช้ต่อไปเรื่อยๆโรคมันก็จะดือยานะครับ คราวหน้าถ้าเราใช้เกลืออีกปลากัดเราอาจจะไม่หายป่วยก็ได้
มาดูกันต่อว่า ที่เค้าเคยพูดกันไว้ว่าเกลือมีประโยชน์ยังไง แบบเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยครับ- สามารถควบคุมปริมาณพิษของไนเตรทและไนเตรทฉับพลันในน้ำ โดยประจุที่ได้จากเกลือจะซึมผ่านตัวปลาป้องกันไม่ให้ไนเตรทส่งผลต่อเม็ดเลือดแดงที่ทำให้ปลาฟอกออซิเจนได้น้อยลง- เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ปลาเครียด การใช้เกลือเป็นการช่วยลดความเครียดของปลา- เพิ่มพลังงานและภูมิต้านทานต่อโรคต่าง ๆ- ป้องกันการติดเชื้อ และ มีผลในการต่อต้านแบคทีเรีย ทั้งยังมีผลในการยกระดับความสามารถของปลาที่จะต้านทานเชื้อด้วย- ใช้ในการกักโรคปลาปริมาณเกลือที่ใส่ลงในตู้ปลาเพื่อป้องกันเชื้อโรคและปรสิตต่าง ๆ หรือหลังเปลี่ยนน้ำใหม่ขนาดตู้ปลา ตู้ 24" 2 ช้อนโต๊ะไม่พูนขนาดตู้ปลา ตู้ 36" 3 ช้อนโต๊ะไม่พูนขนาดตู้ปลา ตู้ 48" 4 ช้อนโต๊ะไม่พูนปริมาณเกลือตามวัตถุประสงค์วัตถุประสงค์ป้องกันไนเตรท 1 กรัม / ลิตร วัตถุประสงค์สภาพน้ำไนเตรท 3 กรัม / ลิตร วัตถุประสงค์รักษาโรคต่างๆ 9 กรัม / ลิตรหมายเหตุ-น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำไม่เหมาะสมกับการเติมเกลือให้ปลา-เกลือทำให้น้ำมีคุณสมบัติกระด้างขึ้น ถ้าน้ำมีความกระด้างอยู่แล้วไม่สมควรเติมเพื่อเพิ่มความเครียดในปลา-ควรใช้เมื่อปลาป่วยหรือน้ำมีคุณภาพผิดปกติ-ควรใส่ปริมาณแต่น้อยไว้ก่อนถ้าใส่มากไปจะเกิดการออสโมซิสย้อนทำลายปลาเอง-ก่อนใส่เกลือลงในน้ำควรจะเอาต้นไม้น้ำออกเสียก่อนเพราะเกลือจะมีผลต่อพืชน้ำพอควร พืชน้ำบางชนิดทนความเค็มไม่ได้แม้เพียงแค่ 0.1 % ก็ตาม และสมควรเปลี่ยนน้ำออก 50%-การใช้เกลือจะต้องระวังเกี่ยวกับความเค็มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างทันที เพราะปลาอาจจะปรับตัวไม่ทัน ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ว่าจะต้องใช้เกลือเท่าใดแล้ว ให้แบ่งเกลือนั้นออกเป็น 3 ส่วน แล้วเริ่มใส่เกลือส่วนแรกลงในบ่อหรือตู้ปลา รอดูอาการปลา 1 ชั่วโมง จึงใส่ส่วนที่ 2 และ 3 ตามลำดับ


ที่มา : ridbetta

Thursday, August 14, 2008

โรคของปลากัด และวิธีรักษา

โรคปลาตัวสั่น - โรคนี้มีสาเหตุไม่แน่นอนเนื่องจากน้ำที่เลี้ยงสกปรกเกินไปหรือเกิดจากในน้ำมีสารพิษ เช่น คลอรีนมากเกินไปก็ได้ ดังนั้นปลาจึงมีอาการตัวสั่น
การรักษา - ต้องรีบเปลี่ยนน้ำที่มีคุณสมบัติเหมาะแก่การเจริญเติบโตให้ใหม่
-----------------------

โรคปรสิต (พยาธิใบไม้และหนอนสมอ) - มักพบตามตัว เหงือก ครีบ มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ ส่วนหนอนสมอ จะเห็นเป็นเส้นด้ายสั้นเกาะอยู่ตามผิวตัว ทำให้ปลาแคระแกรนและอาจตายในที่สุด
การรักษา
1.ใช้ด่างทับทิมละลายในน้ำให้มีความเข้มข้น 2 ppm. / น้ำ 1 ลิตร
2.ใช้กรดน้ำส้มเข้มข้น 1 : 500 แช่ปลานาน 20 วินาที และจะทำซ้ำหลังจากนั้น 3 วันก็ได้
3.ใช้ฟอร์มาลิน 20 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร แช่ปลานาน 5-10 นาที
-----------------------

โรคสีลำตัวซีด - โรคนี้เกิดจากมีสัตว์เซลล์เดียวมาเกาะ ทำให้ปลามีการขับเมือกออกจากตัวมากผิดปรกติ ปลาจะมีสีซีด
การรักษา
1.ใช้เมททีลีน บลู หยดลงในน้ำจำนวน 5 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร ทำซ้ำเป็นเวลา 1-2 วัน
2.ใช้ยาแอนตีไบโอติค 50 มิลิกรัม / น้ำ 4.5 ลิตร
3.ใช้มาลาไคร์กรีน โดยใช้สารละลายยา 1-2 ซีซี. / น้ำ 1 ลิตร นำปลามาแช่ 3 วันจึงเปลี่ยนน้ำ
-----------------------

โรคกระเพาะลม - โรคนี้จะทำให้ปลาเสียการทรงตัว ปลาที่มีการทรงตัวไม่ดีอาจจะท้องหงายขึ้นลอยตามผิวน้ำ หรือจมอยู่ที่พื้นราบ
การรักษา - สำหรับโรคนี้ไม่สามารถทำการรักษาได้ ตายสถานเดียว
-----------------------

โรคเชื้อแบคทีเรีย - โรคนี้มีอาการปรากฏคือ มีอาการท้องบวมและมีของเหลวในช่องท้องมาก แต่ไม่มีอาการเกล็ดตั้งขึ้น
การรักษา - แช่ไว้ในยาปฏิชีวนะ เช่น ออกซิเทตราไซคลินหรือคลอแรมฟินิคัล ที่มีความเข้มข้น 10-20 ส่วนในล้านส่วนและต้องเปลี่ยน น้ำยาแช่ใหม่ทุกวันและเติมยาให้มีความเข้มข้นเท่าเดิมทุกครั้ง โดยแช่ติดต่อกัน 3-5 วัน
-----------------------

โรคตาโปน - เกิดจากแบคทีเรีย หรือหลังจากการได้รับบาดแผลเป็นรอยถลอกบริเวณใกล้ๆ นัยน์ตา ตาจะปูดปวมขึ้นมาและโปนกว่า ปกติมาก
การรักษา - โดยการจับปลาไปแช่ไว้ในน้ำที่มีใบหูกวาง 2-3 วัน อาการตาปูดก็จะหายไป อนื่งยางของใบหูกวางที่ละลายอยู่ในน้ำจะช่วยรักษาแผลต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน
-----------------------

โรคท้องมาร - โรคนี้เนื่องมาจากเชื้อไวรัส ปลาที่เป็นโรคท้องมารเกล็ดจะชี้ตั้งขึ้น ส่วนท้องจะบวมเนื่องจากมีของเหลวภายในช่องท้อง
การรักษา
1.ใช้ Chloromycetin ใส่ในน้ำ 50-100 mg. / น้ำ 4.5 ลิตร
2.ใช้ Para-chlorophenoxethol เข้มข้น 1.20 มิลลิลิตร / น้ำ 4.5 ลิตร ค่อยๆใส่จนถึง 24 ช.ม.
3.โดยการเจาะลำตัวปลาบริเวณเหนือช่วงเปิด แต่การรัษาโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ อย่าให้ถูกอวัยวะ ภายในเป็นอันขาด
-----------------------

โรคครีบเปื่อยหางเปื่อย - โรคนี้จะแสดงอาการได้ชัด คือเห็นว่าครีบและหางขาดและอาจลามถึงโคน ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณโคนหาง
การรักษา - โดยให้ปลาได้รับ acration ร่วมกับการใช้ยาเพนนิซิลิน 15,000 หน่วย / น้ำ 1 แกลลอน
-----------------------

โรคราที่ปาก - โรคนี้เกิดจากแบคทีเรียบริเวณปากและกระจายไปอย่างรวดเร็ว ลักษณะเป็นเส้นสีขาวและดำรอบริมฝีปาก ทำให้ปลาไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากปลาเจ็บปาก และเป็นไข้
การรักษา
1.ใช้ยาเพนนิซิลิน 100,000 หน่วย / น้ำ 4.5 ลิตร
2.ใช้ยา Antibiotic ทีใช้กับโรคจุดขาวก็ใช้ได้
3.ใช้ยาเพนนิซิลิน ยานี้จะไม่เป็นอันตรายต่อปลาและสะดวกต่อการใช้ ถ้ายังไม่หายให้เพิ่มอัตตราการใช้เป็น 200,000 หน่วย / น้ำ 4.5 ลิตร ปลาจะหายภายในไม่กี่วัน
-----------------------

โรคเชื้อรา - โรคนี้เกิดต่อเมื่อปลาได้รับบาดเจ็บหรืออ่อนแอ ปลาจะมีลักษณะผิวเป็นปุยสีขาว คล้ายสำลีตามลำตัว หรืออาจมีเส้นราเกิดขึ้น ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที ราจะกระจายและทำอันตรายเนื้อเยื่อของปลาและอาจถึงตายได้
การรักษา
1.ใช้ "มาลาไคท์ กรีน" เข้มข้น 60 ppm. หรือ 1:15,000 และนำปลาแช่ 30 นาที ถ้าไม่หายก็ทำซ้ำอีก
2.ใช้เกลือแกง ค่อยๆใส่ลงในน้ำ ปลาจะทนความเข้มข้นได้ 0.5 % โดยเติมสารละลายเกลือ 1 ช้อนชา / น้ำ 4.5 ลิตร ทุก 2-3 ช.ม. จนครบ 5 ช้อนพอดี จึงหยุดเพิ่มความเข้มข้นของเกลือแกง ในน้ำนี้ ใช้เวลา 1-2 วัน
-----------------------

โรคสนิม - โรคนี้จะมีละอองสีเหลืองคล้ายกำมะหยี่ เกาะตามผิวหนัง ลำตัวและเหงือกของปลา จนทั่วตัว ต่างกับโรคจุดขาวคือ มีสีเหลืองเล็กและเข้มกว่า
การรักษา
1.ใช้เกลือแกงเข้มข้น 1% แช่ปลาไว้นาน 24 ช.ม. ควรทำซ้ำทุก 2 วัน
2.ใช้เมททีลีน บูล อัตตรา 10 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร ประมาณ 2 สัปดาห์
3.ใช้ยาเหลือง (Acriflavine) 4 มิลิลิตร / น้ำ 4.5 ลิตร และทำซ้ำจากครั้งแรก 1 สัปดาห์
4.ยา Antibiotic ใช้เหมือนกับโรคจุดขาว
-----------------------

โรคจุดขาว - จะเห็นเป็นจุดขาวๆบริเวณตัวปลาและติดต่อกันได้ด้วย
การรักษา
1.ใช้เมททีลีน บลู หยดลงในน้ำจำนวน 5 หยด / น้ำ 4.5 ลิตร ทำซ้ำเป็นเวลา 1-2 วัน
2.ใช้ยาแอนตีไบโอติค 50 มิลิกรัม / น้ำ 4.5 ลิตร
3.ใช้มาลาไคร์กรีน โดยใช้สารละลายยา 1-2 ซีซี. / น้ำ 1 ลิตร นำปลามาแช่ 3 วันจึงเปลี่ยนน้ำ
-----------------------


ที่มา : koratbetta